หญ้าขน
เป็นหญ้าสะเทินน้าสะเทินบก มีไหลขึ้นตามดินแฉะชื้นและเจริญงอกงามลงน้ำหรือขึ้นตามชายน้ำ กาบใบและข้อมีขนขาวยาวฟูเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ต้นสูงพอ ๆ กับหญ้าปล้องและมักขึ้นปะปนกัน ใบกว้างกว่าหญ้าปล้อง ช่อดอกแตกเหมือนหญ้าชันอากาศ
เป็นหญ้าสะเทินน้าสะเทินบก มีไหลขึ้นตามดินแฉะชื้นและเจริญงอกงามลงน้ำหรือขึ้นตามชายน้ำ กาบใบและข้อมีขนขาวยาวฟูเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า ต้นสูงพอ ๆ กับหญ้าปล้องและมักขึ้นปะปนกัน ใบกว้างกว่าหญ้าปล้อง ช่อดอกแตกเหมือนหญ้าชันอากาศ
หญ้าขึ้นเป็นกอ มีต้นสูง ตั้งแต่ 30 – 100 เซนติเมตร ลำต้นส่วนล่างมักเอนขนานไปกับพื้นดิน และสามารถแตกยอดเป็นต้นใหม่ได้ ใบยาวเรียว กาบใบมีขนประปรายเห็นไม่ ค่อยชัด ตรงรอยต่อระหว่างกาบใบมีขนสีน้าตาลเห็นชัด ช่อดอกรวม หรือดอกใหญ่สีเขียวอมม่วง
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวในวงศ์กกเป็นพืชจำพวกไม้ล้มลุกลำต้นอยู่ใต้ดิน มีลักษณะเป็นหัวกลม สั้น มีตาจำนวนมาก และสามารถแทงไหลไปได้ไกลแล้วเกิดหัวใหม่เจริญขึ้นต้นเหนือดินใบของแห้วหมูเกิดที่ลำต้น ชิดแน่นโดยเป็นกาบใบหุ้มซ้อนม้วนทับกัน ชูขึ้นเหมือนลำต้นแล้วแผ่เป็นแผ่นใบแบนรูปแถบยาว
ต้นเป็นกอ อยู่ฤดูเดียว ต้นสูงถึง 70 เซนติเมตร ลำต้นสีม่วงเรื่อๆ ใบเรียบ ขอบใบคม มีขนเล็กน้อยตามข้อและริมใบใกล้กาบใบ จำนวนช่อดอก มีตั้งแต่ 5 – 15 สีเขียวปนม่วง แต่ ละช่อมีดอกย่อย 3 – 4 แถว เกสรตัวผู้สีม่วงเข้ม พบทั่วไปออกดอกตลอดปี มีชื่ออื่น ๆเช่น หญ้านกเขา หญ้าปล้อง
หญ้าชนิดนี้มีแหล่งกำเนินจากออสเตรเลีย เข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลานานและเจริญงอกงามจนกลายเป็นหญ้าพื้นบ้าน พบทั่วไปในที่ดอน เป็นหญ้าที่ทอดนอนไปตามพื้นดิน ตามข้อจะมีรากแทบทุกข้อขึ้นเป็นกลุ่มหนาแน่นตามกาบใบและโคนใบมีขนหยาบๆ และยาว ดอกมีสีเขียวอ่อน ยาวประมาณ 0.2 เซนติเมตร มีดอกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตา (bud) ตามข้อ
ลำต้นทอดข้อไปตามพื้นดิน ช่อดอกตั้งสูงถึง 50 เซนติเมตร ขอบใบด้านหนึ่งหยัก เป็นคลื่น อีกด้านหนึ่งเรียบ มีตุ่มขน (tubercle-based hair) เห็นชัดทั้งที่กาบใบและข้อต่อระหว่างใบและกาบใบ ช่อดอกสีเขียวแต่ละช่อยาวประมาณ 5 – 15 เซนติเมตร แตกลำต้นตรงข้อและงอกรากตามข้อติดพื้นดิน บางแห่งเรียกหญ้า เครือแดง กล่าวกันว่าเป็นหญ้าที่มีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถใช้เลี้ยงสัตว์ได้